วันเด็ก วันเด็กแห่งชาติ ประวัติวันเด็ก

วันเด็กแห่งชาติ ในประเทศไทย ตรงกับวันที่เสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี อีกทีมีการถวายคำขวัญเด็กโดยนายกรัฐมนตรีไทย โดยวันเด็กแห่งชาตินับเป็นวันหยุดราชการ แต่มิได้มีกำหนดให้หยุดชดเชยในวันทำการวันถัดไป วันเด็กแห่งชาติถูกจัดขึ้นหมายความว่าครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งในช่วงนั้นกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ จนกระทั่งมาถึงในปี พ.ศ. 2506 จัดหามามีมติเปลี่ยนแปลงวันเด็กแห่งชาติใหม่เป็นวันเสาร์ที่สองข้าวของเดือนมกราคม และเริ่มจัดงานวันเด็กหลังจากที่การเปลี่ยนแปลงมีผลในปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา

ประวัติวันเด็ก
งานวันเด็กแห่งชาติ ถูกจัดขึ้นดำรงฐานะครั้งแรกเมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของนาย วี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพราะว่ามีจุดประสงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เด็กนั้นตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนในประเทศ มีการปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคมเพื่อเตรียมพร้อมกับการเป็นกำลังของชาติ ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้นได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาชุดหนึ่ง มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน รวมถึงคว้าจัดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอีกด้วย

สำหรับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในแต่ละปีนั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้เห็นถึงความสำคัญของตนเองที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และระเบียบวินัยที่มีต่อตนเองและต่อสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงดำรงฐานะประมุข โดยกำหนดให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นทุกปี และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2506 จนมาถึงปี พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เลื่อนออกไปและจัดให้มีอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 ซึ่งได้มีการเปลี่ยนวันเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงที่หมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการมาจนถึงทุกวันนี้

ในวันเด็กแห่งชาติของทุกๆ ปีก็จะมีอยู่การให้คำขวัญวันเด็กแห่งชาติเป็นประจำทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2499 ในสมัยที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้คำขวัญวันเด็กประจำปีนั้นว่า “จงบำเพ็ญตนสละเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม” ทำประทานนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปี พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษณ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็กเป็นอย่างมาก จึงได้มอบคำขวัญให้เป็นข้อคิดคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ ก่อนที่จะถึงวันเด็กแห่งชาติ เป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีในสมัยต่อมาจับเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

คำขวัญวันเด็ก
ประจำปี 2560 โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

… รอคำขวัญ …
ประจำปี 2559 โดย พลเอก ประยุทธ์ http://event.sanook.com/day/children/ จันทร์โอชา

เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต
ประจำปี 2558 โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ความรู้ http://event.sanook.com/day/children/ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต
ประจำปี 2557 โดย นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทย ให้มั่นคง
>> ลองอ่าน: คำขวัญวันเด็กย้อนหลังได้ที่นี่

กิจกรรมวันเด็ก
กิจกรรมวันเด็กที่ถูกจัดขึ้นในวันเด็กแห่งชาตินั้นจะมีความแตกต่างกันไปตามสถานที่ และรูปแบบของแต่ละชุมชน รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ ในวันเด็กแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาลจะเปิดให้เด็กๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า รวมถึงมีโอกาสได้นั่งบนเก้าอี้ทำงานจริงของนายกรัฐมนตรีอีกด้วย หรืออย่างฐานทัพอากาศก็จะมีการจัดแสดงเครื่องบินที่ใช้ในการปฏิบัติการจริง แต่กิจกรรมวันเด็กที่เราจะเห็นได้อยู่ทั่วไปเลย คือ การแจกของรางวัล ขนม ไอศกรีมให้กับเด็กๆ ถือว่าเป็นกิจกรรมวันเด็กที่ทำให้เราอยากจะย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจริงๆ

คำขวัญวันเด็ก 2560 และคำขวัญวันเด็กแห่งชาติปีต่างๆ

คำขวัญวันเด็ก
คำขวัญวันเด็ก 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คว้ามอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ให้กับเด็กๆ เยาวชนไทย เพื่อเป็นข้อคิดคติเตือนใจ โน่นก็คือ

” เด็กไทยใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง “

คำขวัญวันเด็ก ย้อนหลัง
พ.ศ. 2559 – โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต”

พ.ศ. 2558 – โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”

พ.ศ. 2557 – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง

พ.ศ. 2556 – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน

พ.ศ. 2555 – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี

พ.ศ. 2554 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ

พ.ศ. 2553 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม

พ.ศ. 2552 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี

พ.ศ. 2551 – พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ – สามัคคี http://campus.sanook.com/1163949/ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม

พ.ศ. 2550 – พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ – มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข

พ.ศ. 2549 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด

พ.ศ. 2548 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด

พ.ศ. 2547 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน

พ.ศ. 2546 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี

พ.ศ. 2545 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส

พ.ศ. 2544 – นายชวน หลีกภัย – มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

พ.ศ. 2543 – นายชวน หลีกภัย – มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

พ.ศ. 2542 – นายชวน หลีกภัย ขยัน – ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

พ.ศ. 2541 – นายชวน หลีกภัย ขยัน – ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

พ.ศ. 2540 – พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ – รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด

พ.ศ. 2539 – นายบรรหาร ศิลปอาชา – มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด

พ.ศ. 2538 – นายชวน หลีกภัย – สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2537 – นายชวน หลีกภัย – ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2536 – นายชวน หลีกภัย – ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2535 – นายอานันท์ ปันยารชุน – สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม

พ.ศ. 2534 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา

พ.ศ. 2533 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2532 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2531 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2530 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2529 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

พ.ศ. 2528 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม

พ.ศ. 2527 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา

พ.ศ. 2526 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม

พ.ศ. 2525 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

พ.ศ. 2524 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม

พ.ศ. 2523 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

พ.ศ. 2522 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กไทยคือหัวใจของชาติ

พ.ศ. 2521 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

พ.ศ. 2520 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย

พ.ศ. 2519 หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช – เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้

พ.ศ. 2518 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี

พ.ศ. 2517 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – สามัคคีคือพลัง

พ.ศ. 2516 จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

พ.ศ. 2515 จอมพล ถนอม กิตติขจร – เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ

พ.ศ. 2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร – ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ

พ.ศ. 2513 จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส

พ.ศ. 2512 จอมพล ถนอม กิตติขจร – รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ

พ.ศ. 2511 จอมพล ถนอม กิตติขจร – ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง

พ.ศ. 2510 จอมพล ถนอม กิตติขจร – อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย

พ.ศ. 2509 จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี

พ.ศ. 2508 จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี

พ.ศ. 2507 งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

พ.ศ. 2506 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด

พ.ศ. 2505 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด

พ.ศ. 2504 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย

พ.ศ. 2503 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด

พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า

พ.ศ. 2499 จอมพล ป.พิบูลสงคราม – จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม

แอนเจลีนา โจลี แยกกัน แบรด พิตต์ ปกฉากชีวิตรัก 12 ปี


กลายเป็นข่าวบันเทิงสะเทือนไปทั้งวงการ เมื่อซุปตาร์สาว แอนเจลีนา โจลี ฟ้องหย่าขอแยกทางกับสามี แบรด พิตต์ หลังจากที่ครองรักกันมายาวนานถึง 12 ปี และมีลูกๆ ทั้งสิ้น 6 คน ซึ่งครั้งนี้ โจลี เป็นฝ่ายบอกเลิกเอง

ตามรายงานข่าวจากเว็บไซต์ TMZ เปิดเผยว่า แอนเจลีนา โจลี ดาราสาววัย 41 ปี ได้ยื่นฟ้องหย่าร้างกับสามี แบรด พิตต์ วัย 52 ปี อย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า โจลี เป็นฝ่ายขอแยกทางกับฝ่ายชายเอง
ทั้งนี้ การหย่าร้างของทั้งสองทางโฆษกส่วนตัวได้ออกมาปฏิเสธว่าเกี่ยวข้องกับปัญหามือที่สาม หลังจากที่มีกระแสข่าวลือว่า แบรด พิตต์ แอบมีความสัมพันธ์กับนักแสดงสาว มารียง กอตียาร์ ที่เพิ่งได้ร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง Allied ซึ่งกำลังเข้าฉายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะที่เอกสารฟ้องหย่านั้นได้ลงวันที่เอาไว้เมื่อ 15 กันยายนที่ผ่านมา

โดยหลังจากนี้กำลังจะมีการยื่นร้องต่อศาล เพื่อถวายพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิการเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 6 คนของพวกเขา ข้อมูลอ้างว่า โจลี ต้องการจะมีสิทธิ์ดูแลลูกๆ เองเพียงคนเดียว เนื่องจาก แบรด มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้สารเสพติด ประกอบพร้อมกับมีภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของลูกๆ จัดหามา

นอกพลัดพรากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่า ปาปาราสซี่ติดกันเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันมีชีวิตครั้งสุดท้าย โดยพาลูกฝาแฝดมานพเล็กออกไปทานอาหารนอกบ้านที่ย่านเวสต์ ฮอลลิวูด เมื่อราวๆ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เพื่อ แอนเจลีนา โจลี พร้อมทั้ง แบรด พิตต์ เป็นคู่รักฮอลลิวูดตำแหน่งพบรักกันในกองถ่ายภาพยนตร์ Mr. & Mr. Smith เมื่อปี 2004 ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา และเพิ่งแต่งงานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2014 โดยมีลูกด้วยกัน 6 คน ประกอบด้วย แมดด็อกซ์ อายุ 15 ปี แพซ อายุ 12 ปี ซาฮาร่า อายุ 11 ปี ไชโลห์ อายุ 10 ปี และฝาแฝด น็อกซ์ กับ วิเวียน อายุ 8 ปี

บ้านใหม่ค่าที่ชอบ ร่วมกาลเวลา 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

บ้านใหม่มูลค่าที่ชอบ ร่วมเวลา 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 

เรากลับมาพบกันอีกครั้งแล้วครับ  ซึ่งก็เป็นประจำเลยกับไอเดียบ้าน ที่พร้อมจักรีวิว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านใหม่ บ้านเดี่ยว ด้วยกันพร้อมแบบบ้านในทุกๆแบบฟอร์ม เชิญไปชมกันได้เลยครับ 

แบบบ้านขนาดเล็กๆ กำลังดีๆกับครอบครัวแรกร่ำลือกแรกๆ ที่มีผู้คนมองหามากมายๆ ครั้งนี้มีแบบบ้านร่วมสมัย ที่มีกลิ่นอายแบบบ้านในแบบคลาสสิคมาให้ชม ว่าแต่จะบ้านจะสวยงามเพียงใด พร้อมทั้งมีแปลนบ้านแบบไหน ลองไปชมกันก่อน

ภายในสนามหญ้าที่ร้อยล้อม มีต้นไม้มาเป็นม่านบังตาหลัง ด้วยไม้กระถางที่เล็กน้อย โดยตกแต่งพองาม

ตัวบ้านโครงสร้างคอนกรีต ออกแบบรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผนังโดดเด่นด้วยโทนสีเหลือเลื่องงอ่อนๆ มาเพิ่มเติ่มด้วยงานกระจกพร้อมด้วยรูปกรอบประตูไม้สีเขียวที่พาลเทล เพราะหลังคารูปทรงปั้นหยา ดูภูมิฐานไปในตัว

ปลนบ้านนั้นได้ออกแบบไว้ถึง 2 ห้องนอน ซึ่งไม่ใช่หรือในห้องทำงานก็ได้ เพราะว่าส่วนพื้นที่เหตุด้วยพักผ่อนอย่างเช่น ส่วนห้องรับแขก ส่วนนั่งเล่น ส่วนการทานอาหาร ก็มีมาครบครัน ไปพร้อมที่จะแชร์ฟังก์ชันไปยังเฉลียงอย่างง่ายดายเลย

ด้วยพื้นที่ของบ้านขนาดเล็กๆแค่แค่ 91 ตร.ม. พื้นที่เฉลียงอีก 16 ตร.ม. จึงมีงบประมาณในการก่อสร้างที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมของตกแต่ง ก็หวังไว้ว่าเพื่อนๆนั้นจะชื่นชอบ และนับแบบไอเดียนี้ นำไปปรับใช้กันจากนั้นให้เกิดประโยชน์นะครับ

ที่มา naibann

———————————————————————-

บ้านพฤกษา-ไพร์ม-วงแหวน-ลำลูกกา-5

กับโมเดิร์นทาวน์โฮม ให้ชีวิตใกล้เมืองท่ามกลางบรรยากาศความเป็นส่วนตัวในการมุมสงบ ผ่อนคลาย ปลด ปล่อยวางสู่อิสระ ตอบรับทุกกิจกรรมอย่างคนมีสไตล์ พร้อมสังคมทันกาลเวลาที่ให้ความเป็นส่วนตัวกับสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ บนทำเลศักยภาพใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม กับถนนวงแหวนรอบนอก

เหนือกว่าด้วยทำเลกับชีวิตสบายใกล้เมือง

- เหนือกว่า…ด้วย ถ.วงแหวนรอบนอก พร้อมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม สู่ทุกจุดมุ่งหมายได้ง่ายขึ้น

- ใกล้กว่า…ด้วยทางด่วนรามอินทรา (จตุโชติ) เชื่อมสู่ใจกลางเมืองสะดวกสบายกว่า  

- สบายกว่า…ด้วยทำเลใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมมากมาย

กำจัดเบี้ยรีโนเวทไปไม่ถึง 3,000 ความรู้สึกมันเหมือนได้อ่างอาบน้ำใหม่

กระจายสมบัติรีโนเวทไปไม่ถึง 3,000 จิตใจมันเหมือนได้ห้องสุขาใหม่

ใครจะเชื่อนินทาเพียงแค่เปลี่ยนพื้นห้องหับน้ำ ห้องน้ำเก่าที่อาจดูโดยทั่วๆ ไปก็แปรไปเป็นห้องน้ำที่ดูเลอค่าขึ้นมาทันทีถ่ายแบบแผนกกับที่คุณ BoomBasic เคลื่อนเว็บไซต์พันทิป ดอทคอม นำมาสั่งสอนชาว Sanook! Home คอนโดขายดี ในวันนี้ สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมจะมารีวิวการพลิกกลับพื้นห้องน้ำในราคาไม่ถึง 3,000 บาท แต่อารมณ์มันเหมือนได้ห้องน้ำใหม่ (จริงๆ นะ) จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

1. ที่แล้วอื่นหวังให้ดูห้องน้ำเก่ากันก่อนนะขอรับ

2. พินิจๆ แล้วห้องน้ำเก่าก็เหมือนไม่ได้ขี้เหร่อะไร อย่างเดียวถ้าสังเกตดูตรงฐานของดู้อาบน้ำ จะเห็นความสะยึ๋ยกึ๋ย เนื่องจากว่าตอนรีโนเวทไปรอบที่แล้วได้มีการแผ่กระเบื้องไปก่อน จากนั้นจึงนำตู้อาบน้ำมาวาง และช่างเอายาแนวมายาบริเวณฐานของตู้อาบน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปก็อย่างที่เห็นคราบดำๆ ตรึม ขัดเช่นไรก็ไม่ออก ผมเห็นดำๆ แบบนี้มานานพอสมควรแล้วครับ แต่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับมันดี

3. ผุผังเฟะมาก

4. อุตส่าห์แยกแยะส่วนปวกเปียกกับแห้งโดยใช้ตู้อาบน้ำ แต่ยาแนวกระเบื้องเก่าก็ต้องถูกล้างกันบ่อยๆ เนื่องจากมันดำง่ายมากๆ เพราะเป็นสีอ่อน

5. จนๆ วันหนึ่งผมเหลือบไปเห็นกระเบื้องที่ปูกันน้ำมันบริเวณกะทะในห้องครัวที่ถูกรีโนเวทไปซักพักใหญ่ๆ แล้วอันนี้

ดูจากไปดูมาก็สวยดี ถ้าเอามาปูในห้องน้ำน่าจะเอามาปิดอาณาเขตดำๆ นั้นได้ ด้วยกันเนื่องด้วยสีและลายออกแนวโทนทึบๆ หน่อย ยาแนวก็จำเป็นใช้สีดำ คงไม่ต้องมานั่งล้างห้องน้ำกันบ่อยๆ อีกแล้ว กับถ้าทำยุติน่าจะสวยแบบอารมณ์ออนเซนแบบญี่ปุ่นๆ คิดได้แล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ดูแล้วไม่น่ายากเหมือนตอนรีโนเวทบ้านทั้งหลังที่บ้าพลังนั่งสลักแบบนั่งคิดทำอยู่คนเดียว ได้คิดได้ก็ไปซื้อของ ติดต่อช่าง ไม่ต้องคิดมาก ทำเล๊ยยยย แค่นั่งคิดภาพที่จะออกมา พร้อมด้วยไม่ต้องล้างห้องน้ำบ่อยๆ ก็ฟินจบจ้า

6. ไปจับจ่ายใช้สอยสรรพสิ่งกัน

7.กลับคืนที่บ้านลองวางกระเบื้องดูก่อนเลย ดูเข้าแก๊ปแฮะ

8.ให้ช่างเลาะคราบเน่าๆ นี้ออกก่อนเป็นประเภทแรก น่าเกียจมาก (จริงๆ ต้องเลาะเพราะด้วยปูกระเบื้องทับ)

9.กับต้องเลาะส้วมเก่าออกด้วย เนื่องมาจากถ้าปูกระเบื้องทับลงไป ถ้าเกิดส้วมดันเสียขึ้นมาจะยกออกลำบาก มีช่องต้องถูกทุบสูง (เสียดายของหนะ) มรรคที่ดีเลาะออกก่อนดีกว่า

10.ละเลียบออกงาม

11.อย่าเลือนหาอะไรมาปิดท่อส้วมนะครับ ถ้ามีอะไรตกลงไปตันขณะทำห้องน้ำนี่งานงอกแน่ๆ

12. รอยสกปรกดำ เราจะไม่เจอกันอีกแล้ว ลาก่อย (ช่างปูกระเบื้องเนี้ยบมาก)

13. แน่ๆว่าผมปูกระเบื้องทับลงไป ทวารก็ต้องถูกตัดให้สูงจากดินแดนถูกปูกระเบื้องแล้วประมาณ 2 cm เพื่อที่จะได้วางพรหมเช็ดเท้าได้ และเปิดปิดประตูได้สะดวก

14. แผ่นดินประตูก็ต้องถูกยกให้สูงขึ้นหมายความว่าเงาตามตัว เพราะว่ากันน้ำกรณีล้างห้องน้ำ

15. พร้อมกับต่อไปนี้คือห้องน้ำที่แค่ปูกระเบื้องเรี่ยม ทุกซอกทุกมุมไปชมกันเลย

16. ขอบกระเบื้องเนียนๆ / ลาก่อนคราบดำ

17. พฤกษ์ปลอมสร้างบรรยากาศได้ดี

สรุปความค่าใช้จ่ายก็ชิลๆ ครับ

ตอนที่ 1. ค่าช่างเทพ 1 คน 1 วันเสร็จ 1,500 บาท จริงๆ แกขอ 1,000 บาท คอนโดใหม่ ผมให้แกทำการ 1,500 ถือว่าซื้อของใจกัน วันข้างหน้าน่าจะมีโครงการอีก

พวกที่ 2. ค่าของ กระเบื้อง 5 ตารางเมตร , กาวซีเมนต์ , กาวยาแนว 1,400 บาท ซื้อขายบ้านใหม่

สรุปความรวมค่าใช้จ่ายไม่ถึง 3,000 บาท มันแตะต้องมากเมื่อเทียบกับผลงานที่ออกมาใช่ไหมหละ ใครคิดจะทำลองทำดูนะครับ สนุกและภูมิใจดี แค่เปลี่ยนกระเบื้องแค่เนี๊ยย อารมณ์ก็เปลี่ยน ไปเพียบเลย

พร้อมด้วยจะว่าไปก็ถือว่ากระทู้นี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ก็ได้ ผมหวังว่าบทเรียนที่ผมเคยพลาดไปในการรีโนเวทห้องน้ำครั้งแรกในกระทู้นี้น่าจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังมีแพลนพื้นดินจะรีโนเวทห้องน้ำ ไม่มาก ก็น้อย และผมหวังอีกเช่นกันว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์กับคนที่อยากรีโนเวทห้องน้ำใหม่ทุกคนนะครับ

ใครคาดว่าชอบและคิดว่ามีประโยชน์ช่วยกดด้านล่าง + ให้ด้วยนะครับ Thank you ยิ้ม / มีอะไรถามได้เลย

ซื้อบ้านและคอนโดมือสองอย่างไรที่จะไม่ทำให้คุณ “พลาด”

 

ซื้อบ้านและคอนโดมือสองอย่างไรที่จะไม่ทำให้คุณ “พลาด”


คอนโด

ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเองเราคงต้องพิจารณาอยู่หลายๆ รอบ เนื่องจากบ้านหรือคอนโดมิเนียมเหล่านั้นจะต้องอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน เรียกได้ว่าถ้าเลือกไม่ดีจะถือว่า “พลาด” ไปตลอดชีวิต (ยกเว้นว่าคุณจะรวยมากจนสามารถเปลี่ยนที่พักอาศัยได้เป็นว่าเล่น) ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านมือหนึ่งหรือมือสองคุณก็ต้องไม่พลาด แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าไม่พลาด มาดูกัน

1.อย่ามองแต่ภายนอก หัวข้อนี้มองๆ แล้วก็เหมือนการเลือกคู่ชีวิตเหมือนกัน เพราะบางคนติดกับรูปลักษณ์ภายนอก เห็นบ้านสวย ใหม่ แม้จะเป็นมือสองก็ตัดสินใจเลือกเพราะว่าบ้านสวย โดยไม่สนใจปัจจัยประกอบอื่นๆ เช่นทำเล สภาพแวดล้อม ฯลฯ ดังนั้นอย่าคิดแต่เรื่องบ้านสวย บ้านใหม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นเรามาทำเองภายหลังได้ จะเอาสวยแค่ไหนก็ทำได้

2.ไม่หลงลืมเรื่องสภาพแวดล้อม ถ้าบ้านเราตั้งอยู่เพียงหลังเดียวโดยไม่มีเพื่อนบ้านก็คงแปลกๆ ดังนั้นก่อนจะลงหลักปักฐานที่ไหนต้องเลือกสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่พักอาศัยด้วยว่าดีหรือไม่โดยต้องมองการณ์ไกลถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน มองทั้งเรื่องผู้คน ความปลอดภัย ความสะดวก ที่สำคัญบ้านราคาสูงไม่ได้มอบสังคมที่ดีเสมอไปนะคะ

3.นายหน้าก็ไม่ได้แย่เสมอไป ข้อนี้เหมาะสำหรับบางคนเท่านั้น ผู้ซื้อบ้านบางรายตั้งใจไม่เลือกซื้อบ้านผ่านนายหน้าเนื่องจากเกรงว่าจะได้บ้านราคาสูงกว่าราคาที่ควรจะเป็น แต่จริงๆ แล้วนายหน้ามีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อ-ขายให้กับเราเป็นอย่างมาก

4.ช้าๆ ได้บ้านหลังงาม ข้อนี้สำคัญมากในเมื่อคุณต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อที่อยู่อาศัยไปตลอดชั่วลูกชั่วหลานแล้ว ควรเลือกซื้อบ้านจากการเปรียบเทียบบ้านจำนวนหลายๆ หลังก่อนตัดสินใจ จำไว้ว่ายิ่งเลือกเปรียบเทียบกันมากเท่าไรจะยิ่งทำให้คุณได้บ้านคุณภาพดีเท่านั้น

5.จำเป็นต้องรู้ลึก เรื่องราวของบ้านหลังนั้นๆ ก็สำคัญ ลองหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อว่าบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่คุณพอใจนั้นมีเรื่องราวหรือความเป็นมาอย่างไรบ้าง จะได้ไม่ต้องรู้สึกกังวลหลังตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่แล้ว

6.เคลียร์ค่าใช้จ่ายเดิมให้เรียบร้อย มีตัวอย่างผู้ซื้อบ้านแล้วต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ค้างไว้ของเจ้าของคอนโดมิเนียมเดิมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นก่อนซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมควรสอบถามเจ้าของบ้านหรือเจ้าของคอนโดมิเนียมก่อนว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าส่วนกลางได้รับการเคลียร์เรียบร้อยแล้วหรือยัง

7.คุณก็ไม่ได้เก่งทุกอย่าง หากมีปัญหาหรือความไม่เข้าใจในเรื่องการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมมือสอง คุณอาจจะสอบถามสิ่งที่สงสัยจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ได้เช่นช่าง เจ้าหน้าที่สินเชื่อ ฯลฯ

8.คำนวณค่าซ่อมแซมก่อนซื้อบ้าน ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมจะเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุน ขายต่อ หรืออะไรก็ตาม ควรนำเรื่องค่าซ่อมแซมมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาด้วย เพราะหากทุกอย่างโอเคหมดแล้วแต่บ้านหรือคอนโดมิเนียมนั้นกลับกินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมค่อนข้างสูง มันก็อาจจะเป็นการลงทุนที่ไม่เหมาะสม

9.เลือกใช้ช่างมีฝีมือ ช่างสมัยนี้หายากมาก แถมบางครั้งยังเล่นตัว โก่งราคาเพราะถือว่าเจ้าของบ้านไม่สามารถทำงานเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อเราตัดสินใจซ่อมแซมบ้านแล้ว เราควรให้น้ำหนักในการตั้งใจเลือกช่างมืออาชีพดีกว่าการเลือกช่างทั่วๆ ไปเพราะจะได้ไม่สร้างปัญหาให้กับบ้านในภายหลัง

10.เช็คเรื่องสัญญาซื้อ-ขายให้ถ้วนถี่ หลายครั้งที่ผู้ซื้อบ้านมักประสบปัญหาการโดนเจ้าของบ้านหรือเจ้าของคอนโดชิ่งไม่ยอมขายและปล่อยบ้านให้ผู้ซื้อรายอื่นที่ให้ราคาดีกว่า ดังนั้นตอนทำสัญญาต้องเช็คเรื่องค่าวางมัดจำ ค่าปรับ ฯลฯ ให้เรียบร้อย เราจะได้ไม่ถูกโกง

หวังว่าคุณจะได้บ้านและคอนโดมิเนียมมือสองที่ถูกใจ แบบไม่โดนโกงด้วยนะคะ